รีวิว เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง รูปก็ต้องถ่าย ของก็ต้องช้อป โอปป้าก็ต้องมอง (ฉบับมือใหม่ เข้าใจง่าย)

안녕하세요 ~~♡

อันยองค่ะทุกคน หลายๆคนถามแอริกะว่าทำไมไปเกาหลีบ่อยจัง?? แต่หลังๆ จะคนจะถามว่า เอ้า!! กลับมาจากโซลแล้วหรอ ?? เหมือนว่าชีวิตนี้ไม่ได้อยู่กรุงเทพอีกต่อไปแล้วซะงั้น เพราะไปบ่อยจริง ทางนี้เลยมีบล็อกเที่ยว กรุงโซล ประเทศเกาหลีทริป 5 วัน 4 คืน ด้วยตัวเองมาฝากเพื่อนๆด้วย จะบอกว่าใครที่เพิ่งไปโซลครั้งแรก แล้วดันมาเจอบล็อกนี้ก่อนก็จะถือว่าโชคดีมาก เพราะแอริกะมี short cut มาให้ทุกคนแล้ว รับรองชีวิตดีไม่ลำไย เพราะเราไปเหนื่อยแทนทุกคนมาแล้ว เห้ๆๆ + มี review อัพเดตสกินแคร์ใหม่ๆ ที่แอริกะช้อปมาจากเกาหลีด้วยน้า น่าใช้ทุกตัว พูดเลออ

เตรียมตัวเองก่นการท่องเที่ยว

ก่อนจะไปตามหาโอ้ปป้านั้น แอริกะเริ่มจากการจองทุกอย่างให้เสร็จตั้งแต่เมืองไทยก่อน อย่าง ตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ (อันนี้แน่นอนอยู่ละ ฮ่าๆ ไม่งั้นจะไปยังไงง่ะ ??? ) & โรงแรม และ นอกจากนี้ คราวนี้แอริกะ ได้ซื้อ ซิมการ์ด , ตั๋วรถไฟ AREX รวมถึง บัตรผ่าน pass ต่างๆ และ ตั๋วต่างๆออนไลน์ไว้ล่วงหน้าเลย ผ่านเว็ปไซต์ที่มีชื่อว่า Klook.com เป็นการเตรียมตัวเองก่อนการท่องเที่ยวไปอีกระดับ เริดๆ

สำหรับคนไทยอาจจะยังไม่ค่อยรู้จักกับเว็ปของ klook.com/th กันซักเท่าไหร่ แต่ทางนี้จะบอกว่าไม่ต้องกลัวนะ เค้ามีจริงและใช้ได้จริงๆ เพราะแอริกะก็จองมาแล้ว ไม่โดนตุ๋นเสียเงินฟรีแน่นอน แถมตั๋วบางชนิดยังได้ราคาพิเศษมาอีกด้วย ราคาถูกกว่าเว็บ Original ไปอีกก อธิบายสั้นอารมณ์แบบว่า Klook เค้าเป็น agency ที่มีการซื้อบัตรผ่านเก็บไว้เป็น stock เยอะๆ ทำให้บัตรผ่าน แต่ละใบมีราคาถูกลง เหมือนหลักการการซื้อตั๋วเหมา และนำมาจำหน่ายต่อให้กับลูกค้ารายย่อยอะไรแบบนี้ ตั๋วทั้งหมดที่แอริกะจองผ่าน Klook ที่จะเอาไปใช้ในทริปนี้ก็มีตามนี้เลย

1.บัตรสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ (Everland)

2.บัตร Running Man Thematic Experience Center

3.4G Sim Card (5 days) (รับที่สนามบินเกาหลีใต้) สำหรับใช้ในเกาหลีใต้

4.ทัวร์เกาะนามิ + หมู่บ้านฝรั่งเศส + สวนGarden of Morning Calm

5.ร้านอาหาร Dami Porridge ในย่านเมียงดง

6.บัตรเข้าใช้บริการสปาที่ Dragon Hill Spa

เพื่อนๆสามารถคลิก ลิงค์ที่แอริกะฝังไว้ให้เพื่อตรงไปหน้าเว็ปที่ซื้อได้เลย สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยซื้อบัตรผ่านเว็ปไซต์ Klook ก็ทำตามสไลด์รูปภาพนี้เลยง่ายๆเหมือนจองตั๋วผ่านเว็ปทั่วไป เว็ปเป็นภาษาไทยด้วย คริคริ

*หลังจากได้รับอีเมลของตั๋วที่ซื้อจาก Klook แล้ว อย่าลืมอ่านรายละเอียดดีๆนะ เพราะบางทีอาจจะต้อง print ตั๋วไปยื่น แต่ส่วนมากก็จะสามารถโชว์ตั๋วผ่านมือถือได้เลย

อ่านมาถึงจุดนนี้แล้ว ใครพร้อมไปหาโอ้ปป้าแล้วตามมา

가자 !!

Day1 : Seoul - Running Man Thematic Experience Center

แอริกะนั่งไฟลต์กลางคืนของ airasia มาถึงสนามบิน อินชอน ตอนประมาณ 10 โมงเช้า ทางนี้ก็หลับๆตื่นๆมาจากบนเครื่อง แต่พอเท้าเหยียบเกาหลีแล้วนั้นตาสว่างเลยค่ะ มีความพร้อมสูงมาก แวะเข้าห้องน้ำแต่งตัวแพร๊พ ต้องดูมีสตินิดนึงเดี๋ยว ตม.จะตกใจกับสภาพเราก่อน หลังจากผ่าน ตม.มาได้ สบายๆก็ ไปรับซิมการ์ด & บัตรรถไฟ AREX เราก็แค่เอาคูปองในเมลที่ได้มาจาก Klook ไปยื่นที่เค้าเตอร์และก็รับของมาเท่านั้นเอง ไม่ต้องจ่ายเงินอีกทีนี้ก็มีเน็ทใช้ตลอดทริปนี้แล้ว สถานที่รับบัตรต่างๆสามารถดูได้ในคูปองว่าเค้าให้เราไปรับที่จุดไหน

ปกติแอริกะจะนั่งบัสเข้าเมืองตลอดแต่คราวนี้มาลองนั่งรถไฟ AREX ก็สนุกไปอีกแบบ นั่งเพลินเว่อร์แป๊ปเดียวถึงสถานี seoul station ซะแล้ว กำลังตุ๋นถ่ายรูปในรถไฟอยู่เลย จากนั้นเปลี่ยนสายไปลงสถานีปลายทางที่เป็นโรงแรมของแอริกะ มีความลากกระเป๋าออกกำลังกายกันไปเบาๆ จากสนามบินมาถึงจุดนี้ได้ก็ไม่มีคำว่าหลงแล้วนะ ปรบมือให้ตัวเอง รัวๆๆๆ

หลังจากเก็บกระเป๋าที่โรงแรมแล้วกิจกรรมในวันแรกก็คือ การไปเล่น running man ใช้รถไฟฟ้าใตดิ้น: สาย 1 สถานี Jonggak ทางออก 3 จุดหมายเราอยู่ที่ ชั้น B1, ร้าน SM Duty Free Shop, อาคาร HANA ใช้ตั๋วที่เราซื้อล่วงหน้ามาจากในเว็ปKlook

ไปถึงก็ยื่นคูปองให้เจ้าหน้าทีแล้วก็เข้าไปเล่นได้เลย ตอนแรกที่เข้าไป ถึงกับร้องโอโห้ เพราะมีแต่เด็กมาเล่นทังนั้น ทางนี้ก็รู้สึกอายว่าเรามาทำอะไรที่นี่วะ ??

แต่เอาจริงๆสนุกมากๆ คือถือว่าเค้าทำระบบทุกอย่างไว้ดีมาก แค่เข้าไปหามุมเก๋ๆ ถ่ายรูปก็ถือว่าคุ้มแล้ว อย่าไปเอาอะไรมากกับการล่าคะแนนทำแต้ม ไม่ไหวจะแข่งจริงๆ

Day 2 : Lotte Duty free

วันที่สองนี้แอริกะวางแผนมาช้อปปิ้งที่ Lotte Duty free สาขา Jamsil ก่อน เพราะอยากซืิ้อที่ตัวเองอยากซื้อกับบรรดาของฝากจากเพื่อนๆให้จบแต่เนินๆ เพราะบอกเลยว่าการเก็บไปซื้อของทุกอย่างวันสุดท้ายจากประสบการ์ณบอกเลยว่าพังมาก วิ่งล่าของกันหูตาเหลือก ที่ตัดสินใจมาซื้อที่นี่เพราะ ราคาถูกกว่าช็อปตรงแถวเมียงดง โนภาษีและก็คนไม่เยอะดี ของเลยมีครบไม่ต้องแย่งกับใคร ในนี้พูดเลอครบ ของมันต้องมีทั้งนั้น !!!

เดินเข้าไปโซนเครื่องสำอางค์เกาหลีก็เหมือนจะโดนแบรนด์ BANILA CO ป้ายยาท้นทีเลยจร้า เอาจริงๆยังไม่รู้เลยว่าของของตรงหน้าคืออะไรแต่อยากได้แล้วอ่ะ ความสีพาสเทลต่างๆน่ารักมาก

พนักงานก็บอกว่าคือ cleansing balm ชื่อว่า clean it Zero จร้า เราก็เลยอ่ออออ นึกออกมาทันทีเพราะตัวนี้จริงๆมีมานานละ เป็นสินค้าขายดีของแบรนด์นี้เลย แต่เหมือนเพิ่งทำแพ็กเกจจิ้งใหม่ ถือว่าประสบความสำเร็จนะ ดึงดูดมาก นางมีทั้งหมด 4 สูตรเราก็เลยพากลับบ้านมาทั้ง 4 สูตรเลยคร่าา ของมันต้องมีอีกละ

เอาง่ายๆว่าเจ้าตัวนี้เป็นที่ล้างเมคอัพ เนื้อบาล์ม ที่พอวนๆไปแปปเดียวก็กลายเป็น เนื้อออยล์ มีกลิ่นหอมอ่อน เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบใช้สำลีเช็ดล้างทำความสะอาดผิวหน้า กลัวผิวระคายเคืองงี้ก็ใช้บาล์มนวดไปบนหน้า จากนั้นก็ล้างตามด้วยโฟมล้างหน้า ก็สามารถขจัดเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกที่ตกค้างในรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวเนียนนุ่มน่าสัมผัสทันทีหลังทำความสะอาดผิวหน้า ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ส่วนตัวก็ใช้บาล์มล้างหน้าด้วยอยู่แล้วเลยใจง่าย

ยังๆไม่จบกับแบรนด์นี้เพราะยังได้ครีมกันแดด HELLO SUNNY SUNBLOCK SPF 50+ PA+++ รุ่น Moist กับ ลิปสติก Banila co Lip Like Lip Slip สี RD03 English Red กลับมาอีกด้วย เอาง่ายๆของมันน่ารักอ่ะแกรร ใช้ดีไม่ดีเดี๋ยวค่อยมาว่ากันอีกที ที่ต้องซื้อเพราะแบรนด์ banila co. เค้ายังไม่มีเค้าเตอร์ในไทยด้วยนะ ต้องซื้อมันที่นี่ตอนนี้เท่านั้นแหละ !!! อย่าคิดเยอะค่ะลูกก

มาต่อกันที่แบรนด์ IOPE Air Cushion (SPF50+/PA+++) แอริกะใช้เบอร์ 23 อยู่ หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้าง บางคนอาจจะไม่เคยเลย แต่อันนี้อยากแนะนำจริง แอริกะเริ่มใช้คุชชั่นยี่ห้อแรกก็ของอันนี้เลย พูดจากใจว่าดีจริง เค้าไม่ได้สปอนเซอร์เรา เราสปอนเซอร์ตัวเองทุกครั้ง เพราะชอบจริงๆเนื้อดีมาก ฉ่ำวาวจริง คนที่หน้าม้ันอาจจะต้องมีซับบ้างระหว่างวัน ตามสภาพอากาศบ้านเรา ครั้งนี้เลือกรุ่นปกปิดกลับมา ในกล่องก็มีตัวรีฟีล แถมมาให้อีกด้วย คิดว่ายังไม่ทันจะได้ใช้หมด คงได้กลับไปเกาหลีใหม่อีกรบละ

ในส่วนของครีมนั้นก็ได้ครีมตัวใหม่ของบ้าน It'S SKIN กลับมามีชื่อว่า 2IN1 Pure Moisture มีส่วนผสมของน้ำบริสุทธิ์จากภูเขาน้ำแข็งอลาสก้า เหมาะสำหรับ ผิวขาดน้ำ แพ้ง่าย หน้าเป็นขุย หรือเป็นผดเล็กๆ ถูกใจแอริกะตรงที่ในหนึ่งกระปุก นางมีทั้งเนื้อ Gel & Cream ในกระปุกเดียวกันให้เราเลือกใช้ได้ ตามสภาพผิวในแต่ละวันของเรา หรืออาจจะแบ่งเอาเนื้อเจลมาทา กลางวัน และเนื้อครีมมาทากลางคืนก็ได้ ดีงาม

ของมันต้องมีกับแบรนด์ที่เราๆรู้จักกันดีอย่าง INNISFREE Olive Real Cleansing Tissue และ ETUDE HOUSE Play Color Eyes Peach Farm ก็เป็นอะไรที่พลาดไม่ได้เดี๋ยวกลับมาที่ไทยแล้วจะบ่นว่า แหม่!! รู้งงี้ตอนนั้นน่าจะซื้อกลับมา ซื้อที่นี่ราคาดีสุดแล้วเชื่อแอริกะเหอะ

ใครที่เคยไปพักโรงแรมเครือ Shilla Stay ก็จะต้องเคยใช้แชมพูนี้มาแน่นนอน แอริกะก็เป็นอีกคนที่ได้ใช้แล้วชอบกลิ่นของแชมพูมากมัน เย็นสบายสดชื่นจริงๆ คราวนี้ก็เลยต้องพากลับมาบ้านด้วย ความปลอดภาษีอะเนอะ อะไรๆก็ดีไปหมด ฮ่าๆๆ เอากลับมาใช้ต่อที่บ้านแล้วก็มโนว่าเรายังอยู่ที่ห้องที่ Shilla Stay กันต่อไป

หลังจากช้อปเสร็จก็ขึ้นมาดูวิวกันที่ ที่นี่เพิ่งเปิดเมื่อปลายปี 2017 เอง อยู่ตึกเดียวกันกับ Lotte Duty free ที่เราเพิ่งช้อปปิ้งกันไปเมื่อกี้เลย ใครไม่กลัวความสูงก็ตามขึ้นมาเลยค่ะ แค่ 118 ชั้นเองอ่ะแกรรร

ขึ้นมาสูงมากเพื่อนมากินไอติมที่ Seoul Sky Cafe เป็นรสนมสีฟ้า ฮ่าๆๆ แต่อร่อยมากจริงๆ ยอมๆๆ

Day 3: ทัวร์ สวน Garden of Morning Calm+เกาะนามิ + หมู่บ้านฝรั่งเศส

ล้มละลายกันไปแล้วเมื่อวานกับวันจ่าย วันนี้ก็คือวันถ่ายรูป เราจะไป one day trip กันค่ะ ทัวร์เกาะนามิ + หมู่บ้านฝรั่งเศส + สวนGarden of Morning Calm ที่เราจองมาผ่านเว็ป Klook ตั้งแต่ที่ประเทศไทยกัน เช้านี้เราก็ต้องตื่นเช้าไปขึ้นรถบัสที่ สถานี Myeongdong ทางออกหมายเลข 2 ไปถึงก็จะเห็นเจ้าหน้าที่ เราก็เดินดูก่อนว่าชื่อเราอยู่ที่บัสคันไหน แล้วก็ไปหาเจ้าหน้าที่ที่ยืนถือป้ายนั้น เค้าตรงเวลามากเว่อร์ ควรเผื่อเวลามาก่อนซัก 10 นาที ถ้าไม่อยากเก้ววว เพราะรอไม่นานรถก็ออกเดินทางละ เราจะไปเที่ยวกันที่ สวน Garden of Morning Calm และ เกาะนามิ และที่ หมู่บ้านฝรั่งเศษกันเป็นอันเสร็จทริป หลังจากนั้นรถบัสก็จะพาเรากลับมาส่งที่ สถานีเมียงดง ที่เดิมที่เรามาขึ้นรถในตอนเช้า

แม้ว่าจะมาเกาหลีหลายรอบแล้วแต่ แอริะก็เพิ่งจะเคยมาเที่ยวที่ สวน Garden of Morning Calm เป็นครั้งแรก ได้ข่าวว่าที่นี่เป็นที่เค้าถ่ายหนังเรื่อง Moonlight Drawn by Clouds ที่สามีของแอริกะ พัคโบกอม แสดงเป็นพระเอก เดี๋ยว!! ฮ่าๆ มโนเก่งสิ ตามไม่ทันใช่มะ

ความประทับใจแรกคือ อากาศดีเว่อร์ เดินถ่ายรูป เดินเดทกับแฟน คือใช่ แนะนำให้หลอกแฟนมาถ่ายรูปให้จะดีย์

บรรยกาศเป็นใจมากอาจถูกขอแต่งงาน เอ้าา มโนไม่จบ ฮ่าๆๆ

ตรงนี้แหละที่ถ่ายหนังเรื่อง Moonlight Drawn by Clouds เดินเข้าไปลึกเหมือนกันนะกว่าจะเจอ นึกว่าจะหลงทางซะละ

รูปจะสวยกว่านี้ถ้ามีโบกอมอยู่ในนี้ด้วย

จากนั้นทางนี้ก็เปิดวาร์ปมาที่ เกาะนามิ มาตามรอยซีรีย์ในตำนาน Winter Lover Song

ที่นี่เรียกได้ว่าเป็นที่ๆแอริกะผูกพันอีกที่นึง แอริกะมาที่นี่ครั้งแรกตอนประมาณม.4 ครั้งแรกที่มาเที่ยวเกาหลี กิ้วๆ และอีกหลายๆครั้งรวมๆก็มาประมาณ 3-4 รอบได้แล้ว ที่นี่ก็ยังดูเป็นที่ๆ ฮอตฮิตในหมู่นักท่องเที่ยว ถือเป็นอีกที่เที่ยวเบสิกที่ใครมาเกาหลีแรกๆจะต้องมาที่นี่ด้วย ทางเราแอบบอกว่า ใครไม่มีคู่มานี่ นี่หัวร้อนเลยอ่ะ คนเกาหลีเค้ามาเดทกันเว่อวัง โอ้ยยยยย ยิ่งมาหน้าหนาวหิมะตกทั้งเกาะเป็นสีขาว หรือมา ฤดูใบไม้ร่วงนะทั้งเกาะเป็นสีส้ม โอ้ยยยย เดทกันไปสิบรรยากาศ หวานเว่อร์

ขออนุญาติเปิดวาร์ปต่อมาที่ La Petite France หมู่บ้านฝรั่งเศส มาตามรอยซีรี่ย์ You Who Came Form The Star ได้เวลามโนว่าเราเป็นนางเอก เพราะในฉากที่โทมินจุนจูบซงอีครั้งแรก

เค้าก็ถ่ายกันที่นี่แหละครัช นอกจากนี้ใครที่เป็นแฟนของหนังสือเจ้าชายน้อยที่นี่เค้ามี St. Exupery's Memorial Hall ห้องจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับผู้เขียนนวนิยายที่มีชื่อเสียงโด่งดังของฝรั่งเศสให้เข้าชมด้วย ภายในหมู่บ้านจะมีบ้านที่สร้างขึ้นด้วยรูปแบบเดียวกับบ้านฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม ล้อมรอบด้วยภูเขาและทะเลสาบ โรแมนติกอีกแล้วคร่าาา

ก่อนจะกลับที่พักก็หยิบเอาคูปองมาใช้คูปองกันอีกซักใบ เพราะร้านข้าวต้มไก่ตุ๋นโสมที่เราซื้อคูปองมาจาก Klook เค้าอยู่ที่เมียงดงพอดีกับที่รถบัสพา เรากลับมาส่งพอดี ร้านนี้มีชื่อว่า Dami Porridge ร้านนี้เค้าก็ดัง โจ๊กเนื้อปู (게살죽) , โจ๊กหอยเป๋าฮื้อ (다미전복죽),ซุปไก่ตุ๋นโสม (삼계탕) ควรลองมากๆ เกาหลีนี่เค้าไม่ได้อร่อยแค่หมูย่างนะ

Day4 : สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ (Everland)

เมื่อวานวันเดียว แต่ได้รูปกลับบ้านมาอีกเกือบพันรูป วันนี้เรามาย้อนวัยใสกันที่ สนุกเอเวอร์แลนด์ (Everland) ซึ่งเราก็คาดว่าจะได้รูปกลับมาอีกกว่าพันรูปเช่นเคย

วิธีมาที่สวนสนุก ก็ต้องมาขึ้นรถเวลา 9.00 น. ที่สถานี Myeongdong ทางออก 2 มาถึงก็มองหาเจ้าหน้าที่จาก Klook และก็ขึ้นรถบัสออกเดินทางได้เลย

วันนี้แอริกะมีเวลาเต็มวันเล่่นเครื่องเล่น + ถ่ายรูปที่สวนสนุกแบบเต็มๆ แต่จะต้องมาขึ้นรถบัสกลับที่เมียงดง เวลา 5.50 น. และจะถึงโซลประมาณ 1-2 ทุ่ม ขึ้นอยู่กับสภาพจราจรในแต่ละวัน

แอริกะเคยมาที่ สนุกเอเวอร์แลนด์ (Everland) ประมาณ 3 ครั้งแล้วแต่ก็ยังรู้สึกชอบที่นี่ ทุกครั้งที่มาเพราะ ทุกอย่างที่นี่ดูน่ารักมาก คนที่มาเที่ยวก็แต่งตัวมากันน่ารักมากๆ ไม่นับจำนวนเสื้อคู่ของบรรดาคู่รักอีกนับร้อยที่เราจะเห็นอยู่ตลอดเวลา ฮ่าๆๆ หัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อน ใครที่ไม่ใช้แฟนของเครื่องเล่นหวาดเสียว ก็ไม่ต้องกลัวเบื่อ มุมถ่ายรูปเค้าเยอะจริงๆ ถ่ายกันจนท้อใจอ่ะ ฮ่าๆๆ

หลังจากกลับเข้าโซลมา เราก็จะไปพักร่างกันที่ Dragon Hill Spa เป็นสปาและซาวน่าแบบเกาหลี ที่นี่มีตั่งแต่ สระว่ายน้ำ ที่พัทกอล์ฟ สปานวดตัว มีร้านอาหาร มีทำเล็บ ซาวน่า ห้องอบไอน้ำ พีซีบัง และ ของเล่น ร้านอาหาร วิธีการเดินทาง คือลงสถานี Yongsan สาย 1 ทางออก 1 ประมาณ 5 นาทีสังเกตุ ขวามือจะเห็นตึกชัดเลย

เราไม่ต้องเอาอะไรไปเลยไปแค่ตัวพอ ที่นั่นเค้ามาชุดให้เปลี่ยน โรงอาบน้ำสาธารณะและห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าถูกแยกออกสำหรับผู้ชายและผู้หญิง แต่เค้ามีพื้นที่ซาวน่าเป็นพื้นที่ส่วนกลางไม่มีการแยกผู้ชายและผู้หญิง สามารถนั่งเล่นกันกับเพื่อนๆได้

แอริกะซื้อบัตรใช้บริการเวลาช่วงกลางคืนมาตามที่เขียนไว้ในบัตร เราจะอยู่ในนั้นนานแค่ไหนก็ได้แต่ไม่เกิน 12 ชั่วโมง เกินจะนั้นจะถูกปรับชั่วโมงละ 1,000 วอน

รวมๆถือเริดคุ้มค่ากับราคาอยากให้เมืองไทยมีบ้างจังครัช

Day 5: Bangkok

วันนี้เราปิดจ็อปทริปเกาหลีแล้ว พี่จะกลับบ้านละหนู พี่ไม่มีอะไรจะมอบ นอกจากจะบอกว่า

เกาหลีที่รัก i'll be back soon !!!

뽀뽀 (♥)

FOR MORE INFORMATION

Facebook: https://www.facebook.com/klookth

Instagram: https://www.instagram.com/klooktravel/ Website: https://www.klook.com/th

Recent Posts

Follow Me

  • Black Facebook Icon
  • Black Instagram Icon
  • Black YouTube Icon

© 2016 copyright AIRRLIKAA// All rights reserved

  • YouTube - White Circle
  • Facebook - White Circle
  • Instagram - White Circle